Saturday, May 10, 2014

จริงหรือ คู่รัก กับ เพื่อนสนิท คือ ของสองสิ่ง?

จริงหรือ คู่รัก กับ เพื่อนสนิท คือ ของสองสิ่ง?

ผู้ชายหลายคนมักชอบแยกว่า “เพื่อนคือเพื่อน แฟน (เมีย) ก็ แฟน (เมีย)” เพราะนิสัยผู้ชาย ที่ชอบทำกิจกรรมเช่นการออกกำลังกาย ที่ค่อนข้างหนัก ใช้แรง เพื่อให้ได้เหงื่อ หรือไม่ก็สังสรรค์ ดื่ม คุยเรื่องโจ๊ก (แบบที่ผู้หญิงไม่อยากฟัง เพราะไม่แนว) หรือคุยผลบอลได้เป็นชั่วโมงๆ ทำให้ไม่อยากพกแฟนไปเพราะกลัวแฟนเครียด ชวนกลับ (แต่จำใจต้องพาไป เพื่อโชว์ว่า แคร์)

แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ พอเป็นเรื่องกิจกรรมยามว่างที่ต้องทำร่วม จะกีฬา หรือ การไปร่วมนั่งกับวงสังสรรค์ ก๊วนดื่มของแฟนหนุ่ม อาจยังแคร์เรื่องสถานที่ โสตประสาท กลิ่นตัว ความสะดวก และ ความลงตัวของกิจกรรมที่อยากจะทำร่วมกับแฟน ทำให้บางที ก็ไปร่วมด้วยลำบาก (แต่ขอไปเพื่อเช็คว่าเพื่อนหรือฉันสำคัญกว่า) ตอนจีบกัน ทุกอย่างมันก็โอเค แต่พอจีบได้ไปนานๆ ผู้ชายจะเริ่มมองความไม่ลงตัวเหล่านี้มากขึ้น จนอาจถึงมองแฟนว่า “เรื่องมาก” ได้

และผู้หญิงก็อาจเริ่มมองว่า “เรื่องอย่างว่า” (sex) เธอค่อยเข้าหาฉัน แต่เรื่องประจำวัน เธอเริ่มหาคนอื่น และอาจเร่ิมใช้ เรื่องอย่างว่า ต่อรองกับชายหนุ่ม ว่าฉันไม่ใช่ เซเว่นอีเลเว่น หรือ ฮิตาชินะ ที่เปิดปุ๊ป ติดปั๊ป
หรือกรณีจะไปร่วมวงสนทนากับก๊วนแฟนหนุ่ม ซึ่งหลายกรณีก็มีเหล้า มีการคุยกันเรื่องงานบ้าง ผลบอลบ้าง และประเด็นคุยก็ทำใหญ่ฝ่ายหญิงบางทีได้แต่นั่งสวยๆ อยู่ข้างๆ และรอว่า เมื่อไหร่ จะกลับบ้าน ไปทำอะไรกันน่ารักๆสองต่อสอง (ซึี่งผู้ชายเริ่มต้องการแบบนั้นน้อยลง เพราะไม่ตื่นเต้นเหมือนตอนแรก และเร่ิมกลับมาอยากหาเพื่อนมากขึ้น)

ผู้ชายส่วนใหญ่ ผมบอกได้เลยว่า ใช้เวลาสองต่อสองไม่ถนัด ยิ่งถ้าการแคร์ เริ่มหมายถึง การคุยกันทุกเรื่อง เหมือนเพื่อนหญิงสองคน ยิ่งอาจสยองได้ เพราะไม่เคยทำแม้แต่กับแม่ของตัวเอง (อาจเริ่มหาเรื่องว่าไม่ว่าง และก็เร่ิมมีข้ออ้าง หนึ่ง สอง สาม สี่ อะไรก็ว่าไป)

ผู้หญิงก็อาจงงว่า แรกๆทำไมยอมเป็นเพื่อนหญิง ตอนนี้ที่เธอไม่อยากคุยกันสองต่อสอง เพราะมีเพื่อนหญิงใหม่ ใช่หรือไม่? ตอบมาเดี๋ยวนี้ (อ้าว... ผู่้ชายเริ่มงงด้วยคน)

ผมเห็นวัฏจักรนี้ แทบทุกคู่ เลยอยากบอกทั้งสองฝ่ายนิสนึง (นะ)

เพราะผมได้ดูสิ่งที่เกิดซ้ำๆ ของประสบการณ์ชีวิตคู่จริงหลายๆคู่ การทำกิจกรรมร่วมกันได้ ทำให้ผู้ชายรู้สึกดีอย่างมาก เพราะก่อนแต่ง ผู้หญิงได้ใจผู้ชายที่หน้าตา (แล้วจึงมาบุคลิกนิสัย) หรือ Visual Beauty ที่มักต้องมาก่อน แต่ผู้หญิงมักจะค่อยๆชอบฝ่ายชาย แน่นอนต้องมีเรื่องหน้าตาด้วย แต่ที่โดนจริงๆ คือ ผู้ชายแคร์ (สมำ่เสมอ)

ทีนี้ความรักที่เริ่มไม่ลงตัว ก็เกิด เพราะผู้ชายเริ่มเบื่อความไม่ลงตัว ปรับตัวยากขึ้นกับฝ่ายหญิง เอาตั้งแต่การใช้เวลาว่างสองต่อสอง ไปจนถึงกิจกรรมร่วม และอาจพาลไปถึงเรื่องอื่นๆตามมาอีก

ส่วนผู้หญิงเริ่มสังเกตว่า เขาแคร์น้อยลง (ทั้งที่เรายังยอมไปนั่งเป็นเพื่อนกับก๊วนเขา แต่เขาเริ่มไม่ยอมกลับตามเวลาที่ตกลง)

ความจริงที่มักเห็นคือ ท้ายสุด ผู้หญิงมักมีก๊วนทำกิจกรรมร่วม และผุ้ชายก็มีก๊วนทำกิจกรรมร่วม และเขาสองคนหลังจีบกันได้แล้ว ก็ไม่เหลืออะไรทำร่วมกันได้อีก พอผู้หญิงเบื่อที่ฝ่ายชายไม่แคร์เหมือนเดิม ก็เริ่มมีวิธีทำให้รู้สึก แต่วิธีที่ใช้ ยิ่งทำให้ตึงมึนกันมากขึ้นไปอีก

ต่อไปอะไรที่เคยคุยกันได้ กลับคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะต่างฝ่ายต่างมองว่า อีกฝ่ายไม่ร่วมมือ

ผมจึงแนะนำว่า เป็นแฟนกัน ต้องเป็นเพื่อนสนิทกันได้ด้วย ฝ่ายหญิงต้องเรียนรู้ว่า โลกผู้ชาย ยังเป็นโลกของแรงกาย ถ้าร่วมกิจกรรมกีฬาหรือ กิจกรรมที่ใช้เหงื่อที่สนุกด้วยกันได้ จะสองคน เป็นกลุ่ม ให้รีบหา เพราะความรัก หวานแหวว แบบโค้งแรงของความสัมพันธ์ อาจเริ่มไม่พอเยียวยาโค้งสอง โค้งสาม

คิดดูเวลาเรามีลูก ถ้าเราไม่อยากทำกิจกรรมด้วยกัน เพราะต่างมีก๊วนของตัว ลูกเราจะได้ไปทำอะไรกับเราเป็นครอบครัวได้แล้วสนุกด้วยหรือ?

ทิ้งนิสัยเคยชินบางด้าน เติมบางด้าน เพื่อให้เราเป็นทั้งแฟนและเพื่อนสนิท ที่ทำกิจกรรมสนุกร่วมกันแล้วสนุกร่วมกันได้จริง

ไม่งั้น “รักคงยังไม่พอ”

ขอให้นักรัก ที่เป็นทั้งแฟนและเพื่อนสนิท ยอมทิ้งนิสัยเคยชินบางด้านเพื่อหากิจกรรมร่วมด้วยกันจนเจอ ว่าสนุกทั้งสองคน จนถึงวันมีครอบครัว และยังสนุกร่วมกันเป็นครอบครัวได้ จงเจริญ

ดร ต้อง เดอะ ฟิวเตอร์

0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

<< Home