ตายอย่างตำนาน หรือ ตายอย่างสามัญ
ตายอย่างตำนาน หรือ ตายอย่างสามัญ
วันนี้เป็นวันที่ผมจัดพิธีไว้อาลัยให้พี่สะใภ้ที่ตายกระทันหัน ผมเลยคิดอยากให้กำลังใจทุกท่าน เพราะวันตายมาถึงทุกคน แต่วันตายมันก็เป็นวันที่มีค่า ไม่แพ้วันเกิด (เพียงแต่เราไม่ได้อยู่ฉลองเท่านั้นเอง)
ผมเห็นการตายทุกรูปแบบ เพืื่อนสนิทผมผูกคอตายเพราะผิดหวังกับชีวิต พ่อผมตายก่อนที่ผมจะวิ่งไปทันดูหน้าท่าน แต่พี่ชายต่างมารดาผม ตายพร้อมกับความรักและสายใจผูกพันของทั้งครอบครัว และบางทีผมก็ให้คำปรึกษากับผู้ใหญ่ ที่อยาก “ตาย” อย่างมีคุณค่า แล้วผมก็ให้เกียรติโจทย์แบบนี้ แม้เป็นโจทย์ที่หดหู่มากอยู่ก็ตามที
ผมชอบภาวนากับพระเจ้า ให้คนที่ผมรัก โดยเฉพาะคุณแม่ ได้เห็นใบหน้าลูกๆที่รักท่าน ในวันสุดท้ายของท่าน ผมเช่นกัน ถ้าต้องตาย ก็อยากให้มีใบหน้าคนที่รักอยู่รอบข้าง และไม่มีเรื่องค้างระหว่างเรา ทุกอย่างสงบ ทุกคนพร้อมร่ำลา เหลือไว้คือ ความทรงจำ ว่า เราพยายามรักกันดีที่สุดแล้วบนโลกใบนี้
สำคัญคือ ไม่มีเรื่องค้างระหว่างเรา
ปัจจุบัน เราต่างชอบคุยกันว่า ให้ใช้ชีวิตอย่างตำนาน เพื่อเวลาตาย บนหลุมศพคนจะได้รู้ว่า เราใช้ชีิวิตคุ้ม แต่คุณรู้ไหมครับ ผมว่า คนที่รู้ว่า ชีิวิตที่คุ้มคืออะไร? คือ คนที่เขาพยายามรักคนใกล้ตัวเขาดีที่สุด เพราะวันตาย ไม่มีใครจำอะไร มากไปกว่า ความรักที่เรามีให้กัน
พี่สะใภ้ผมก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงในสังคม แต่ท่านก็คงไม่ได้อยากตายอย่างตำนาน แต่อยากตายอย่างคนที่พยายามรักทุกคนได้ดีที่สุด เท่าที่ท่านเข้าใจ ท่านก็ตายแบบสามัญชน แบบมนุษย์ทุกคนต้องตาย
ผมเป็นคนที่ไม่เชื่อการตายแบบตำนาน ผมอยากตายแบบสามัญ แบบที่ไม่มีเรื่องค้างระหว่างคนในบ้าน ผมรักแม่ผมมาก แม่ก็รักผมมาก เราสองคน อยากตายแบบนั้นแน่ๆ
พระเยซูเองท่านก็ตายที่กางเขนและมีใบหน้าของนางมารีย์และยอห์น ศิษย์รัก อยู่ที่ใต้กางเขน วันที่ท่านฟื้นคืนพระชนม์ ท่านก็มาเยี่ยมกลุ่มคนที่ท่านรักเป็นกลุ่มแรกๆ ท่านยิ่งใหญ่ แต่ท่านห่วงคนที่ท่านรัก และไม่มีเรื่องค้างในวันที่ยิ่งใหญ่ของท่าน ท่านคือตำนาน แต่ท่านเข้าใจ “รัก” ของสามัญชน แม้ท่านมาเพื่อประทานชีวิตนิรันดร์ แต่ท่านก็ไม่ลืม การตาย แบบสามัญชน
ผมมีหนังเรื่องหนึ่งที่ชอบมาก ชื่อ Dead Man Walking ดูครั้งแรก น้ำตาตกด้วยความซาบซึ้งกับข้อคิดจากหนัง เพราะแม่ชีที่เป็นตัวเดินเรื่อง (หนังทำจากเรื่องจริง) ยินดีถูกสังคมประณามว่า เพี้ยน ว่า ประหลาด เพราะเธอเลือกจะเป็นใบหน้าของความรัก ให้กับนักโทษคดีฆ่าข่มขืน เขากลับใจหลังจากได้เห็นใบหน้าแห่งความรักของแม่ชีท่านนี้ และขอโทษทุกชีวิตที่เขาทำร้ายไป เขายินดีรับผลของนักโทษ แต่เขานึกไม่ถึงว่า จะมีใบหน้าของเทวดา มาแสดงความรักให้กับคนอย่างเขา เขานึกว่า เขาต้องตายลำพัง แต่เขาตายอย่างสามัญชน อย่างคนที่มีใบหน้าที่แสดงความรัก ในวินาทีสุดท้ายของชีวิตที่ไม่มีค่าเหลือให้ใครอีกแล้ว นอกจากแม่ชีแปลกหน้าท่านนี้
เขาคงเคยคิดอยากเป็นตำนานด้านมืด แต่เขาเห็นจริงๆว่า ใบหน้าเดียวที่รักเขา และทุกคนลืมเขา ยังดีกว่า คนทั้งโลกรู้จักเขา แต่ไม่มีใบหน้าที่รักเขาเลย ในวันสุดท้ายของชีวิต
เขาเพิ่งรู้ว่า การตายอย่างสามัญ มีค่ากว่า การตายอย่างตำนาน แม้ต้องแลกชื่อเสียงทั้งหมด กับใบหน้าเดียวที่รักและภักดี ก็คุ้ม
คุณหล่ะครับ จะตายอย่างตำนาน หรือ อย่างสามัญ ไม่มีเรื่องค้างระหว่างคนในครอบครัว คุณเลือกได้ ส่วนผม ผมเลือกอย่างหลังแน่นอน
นักโทษคนที่ผมกล่าวถึง เขาไม่รู้จะตอบแทนแม่ชีท่านนี้อย่างไร เพราะไม่มีเงินเหลือ เขาเลยบริจาคโลหิต แล้วซื้อกางเขนให้แม้ชีคล้องคอ แทนคำขอบคุณ และแม่ชีก็ห้อยกางเขน มาดูเขาตาย ในวันที่ทั้งโลก ไม่ให้อภัยเขา แม่ชีพูดกับนักโทษในวันประหารอย่างนี้ว่า
“ฉันทนไม่ได้ ถ้าคุณต้องตายอย่างคนไม่มีใบหน้ารักคุณ ฉันยอมให้สังคมประณาม เพื่อจะเป็นใบหน้าของพระคริสต์ ใบหน้าแห่งความรักใบหน้าเดียว ของคุณ”
Sister Helen Prejean, a Sister of St. Joseph of Medaille
ครับ ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้ ประโยคนี้ มันตอบทุกอย่างของคำถามข้างบน
ขอให้ความรักจงเจริญ
ดร. ต้อง เดอะ ฟิวเตอร์

0 Comments:
Post a Comment
Subscribe to Post Comments [Atom]
<< Home