บทเรียนความผิดพลาดของ ครู เกียรติ
บทเรียนความผิดพลาดของตัวผมเอง ... ที่ได้เรียนรู้ในปีนี้ครับ / 10/06/2014 ... (เห็นช่วงนี้ มีหลายๆท่านโชว์เทพกันมากมาย ... งั้นผมเองเอาบทเรียนความผิดพลาดมาโชว์โง่แทนบ้างแล้วกันครับ ... คิดว่าผู้อ่าน น่าจะได้ประโยชน์มากกว่าจากการอ่าน ... เพราะจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผมทำมาและเป็นบทเรียนที่ผู้อ่านหลายท่านจะได้ไม่ผิดซ้ำแบบผมอีก) ...
.
Lesson No.1 .. / ปลาย้ายบ่อ ...
เกริ่นที่มา ... ผมเองนั้นพื้นเดิมประสบการณ์เทรดตลอดมาจะอยุ่ที่ตลาด FOREX ราวๆ 7 ปีกว่าๆ ทั้งในแบบ Retail trader, Proprietary trader, Fund Trader .. / ตลอดเวลาที่ผ่านมา ด้วยความที่เราขลุกอยู่กับตลาดนี้มานาน อาศัยว่าตนเองมีความเข้าใจค่อนข้างลึก + เทรดกันจนรู้ใส้รู้พุงสินค้าตัวนี้ ... ส่งผลให้เกิดสิ่งที่ผมเรียกว่า ..... ผมพยายามฝังตัวเองอยู่ในสิ่งที่ผมรู้จักดี (จะว่าคล้ายๆ พยายามไม่ออกจาก Comfort Zone ก็เป็นได้ส่วนหนึ่ง) + ผมมักจะมีความเชื่อฝังหัวเดิมมาว่า คนเราเก่งอะไร เก่งมันให้อย่างเดียวก็พอแล้ว แค่นั้นก็พอจะเอาตัวรอดหาเงินได้ ถ้าเราเก่งที่สุดในสิ่งๆหนึ่ง ..... ผลก็คือ ตลอด 7 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ผมไม่เทรดอะไรอย่างอื่นเลย นอกจาก Forex อาจจะมีบ้างที่ไปเทรดพวก Commodities + Index futures นิดๆหน่อยๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ส่วนมากมักจะกลับมาขลุกอยู่กับ สิ่งที่เราคุ้นเคยเดิมเสมอมา ... สิ่งที่ได้มาก็เลย เป็นประสบการณ์และความถนัดเฉพาะกับตลาดนี้ ... ฟังดูเหมือนจะดีใช่มั้ยครับ ... ใช่ครับ ดูเหมือนจะดี ... แต่ความเป็นจริงแล้ว ผมเพิ่งจะได้มาพบและตกตะกอนความคิดใหม่ ก็เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ... บทเรียนสำคัญอีกครั้งหนึ่งของชีวิต ... ผมเพิ่งมาคิดได้ (โง่มาตั้งนาน ... เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ) และพบว่า .. โลกนี้ แบ่งออกเป็นบ่อน้ำๆ หลายๆ บ่อ ... เช่น ตลาดทองคำก็บ่อน้ำหนึ่ง ... น้ำมันก็อีกบ่อน้ำหนึ่ง ... Bond ก็อีกบ่อนึง ... Forex ก็บ่อนึง ... หุ้น ก็อีกบ่อนึง ... และอื่นๆอีกหลายบ่อมากมาย ....... มีบ่อน้ำเต็มไปหมด .. สิ่งใดที่เงินสามารถเคลื่อนไปได้ และมีผลประโยชน์อยู่ เงินมันก็จะเคลื่อนย้ายไป จากบ่อนึงไปสู่อีกบ่อนึง ขึ้นกับบริบทของความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่ผู้เล่นในตลาด คาดหวัง และคาดการณ์กันว่า .. ในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ .... 7 ปีกว่าที่ผ่านมา ผมบังเอิญโชคดี อยู่ในบ่อน้ำ Forex ในช่วงที่ปลาส่วนใหญ่ในโลก มาชุกชุมกันที่ตลาดนี้ ตั้งแต่ BOE แทรกแซงค่าเงิน ไล่มาจน Housing Bubble .. QE1 QE2 QE3 … เม็ดเงิน + ผู้เล่น (ปลา) เทกันมามากมาย ... ปลาใหญ่มากันชุกชมมากครับ ... ผลก็คือ ผมก็เลยโชคดี และก็มัวแต่พัฒนาเบ็ดตกปลา + พยายามเกี่ยวประสบการณ์ ในบ่อปลานี้ให้มากที่สุด ... ยิ่งนานวัน เบ็ดตกปลาของผมก็มีฟังค์ชันหลากหลายขึ้น เฉพาะทางมากขึ้น เมื่อไหร่สายน้ำกระแสไหลเวียนเปลี่ยน ผมก็มีเบ็ดอันใหม่ที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว มาใช้ได้ทันท่วงที .... เหตุการณ์ก็ล่วงเลย ผ่านคืนวันมา 7 ปีกว่า .. แต่แล้ววันนึง (ปีสองปีที่แล้ว) .. จนมาวันนี้ ... อยู่ดีดี .... ปลาเริ่มย้ายบ่อครับ .... ปลาตัวโตๆ ที่เคยชุกชุม หายเหือดแห้งออกไปหมด .... ปลาตัวใหญ่ๆ ได้ย้ายออกจากบ่อน้ำแห่งนี้ ... เงินในโลกไหลเวียนออกไป เข้าสู่บ่อน้ำแห่งใหม่ ที่ชื่อว่า บ่อน้ำตลาดหุ้น ... 2-3 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินไหลเข้าสู่ภาค Equities market สูงมากครับ ... ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนมากมี Trend ... คนส่วนมากที่เทรดหุ้น โอกาสจะได้ตังค์จะง่ายกว่าปกติ ... เพราะอะไรนะหรือ ? …. ปลาย้ายบ่อครับ ... ปลาทั้งโลกส่วนมากย้ายกันไปอยู่บ่อน้ำแห่งใหม่นี้เรียบร้อยแล้ว ... ทั้ง Volume, Volatility, Trend มาหมดครับ ... ขณะที่ทุกสิ่งกำลังดำเนินไปนั้นเอง ... ผมเอง ด้วยความที่มองภาพกว้างไม่เก่งไม่ชัด (2 ปีที่แล้ว ภาพ Macro Economic ผมไม่ได้เรื่องเลย เพราะศึกษาได้ไม่ดีพอ) ... เราเองก็ยังคงอยู่บ่อน้ำเดิมของเราไป ... ผลก็คือ ต่อให้ผมมีคันเบ็ดตกปลา+ประสบการณ์รู้กระแสน้ำเป็นอย่างดี ... แต่ ... ปลาในบ่อน้ำมีน้อยมากหรือแทบจะไม่ค่อยมี นานๆทีก็อาจจะมีปลาโผล่มาสักตัวหนึ่งพอให้ประทังชีวิตไปบ้าง .... มันก็เท่านั้น ... เพราะปลามันย้ายบ่อกันไปหมดแล้วครับ นี่คือสิ่งที่เป็นบทเรียนสำคัญหนึ่งในชีวิตการเทรดของผม .... เพราะคนเราจะเก่งให้ตายแค่ไหน หรือมีคันเบ็ดสุดเริศประเสิรฐศรี ... แต่ถ้ามัวแต่ตกปลาในบ่อที่มันไม่มีปลาแล้ว หรือปลามีน้อย ... มันจะตกกันได้สักเท่าไหร่กัน ... เผลอๆ หลายๆที ต้องเสียเหยื่อที่เสียบล่อในเบ็ดตกปลาฟรีๆไปอีกหลายรอบโดยที่ไม่ได้ปลากลับมาเท่าไหร่ บางครั้งพอได้ มันก็ไม่คุ้มค่าที่ต้องไปเหนื่อยกับมัน ..... กลับกัน .... สิ่งที่ผมเรียนรู้ก็คือ ... จริงๆ แล้ว เราไม่จำเป็นจะต้องมีเบ็ดตกปลาระดับเทพก็ได้ ... จริงๆแล้วบางที เราแค่พอจะตกปลาเป็นบ้าง พอรู้พอหาวิธีจับปลาเป็นบ้าง .... แล้วย้ายตามปลาไปจะดีกว่า .... เพราะถ้าปลามันย้ายถิ่นย้ายบ่อ ... ต่อให้เครื่องไม้เครื่องมือเราไม่ได้ดีมากมาย ... แต่ในบ่อมีปลาชุม เราก็พอจะตก อาจจะติดเกี่ยวปลามาได้บ้างเรื่อยๆ ... เพราะปลามันเยอะมากมาย ... ดีกว่าทู่ซี้ จมอยู่แต่กับบ่อน้ำเดิม ที่ไม่ค่อยมีปลาแล้ว ... ปีที่ผ่านนี้เอง ผมก็เลยได้บทเรียนสำคัญของชีวิต และเริ่มศึกษา เศรษฐศาสตร์ภาพกว้าง ... เพื่อที่จะได้ตามปลาตัวใหญ่ ว่ามันย้ายไปบ่อไหน ... ปลาอยู่บ่อหุ้น .. เราไปตกบ่อหุ้น .... ปลาอยู่บ่อ Commodities เราไปเทรด Commodites ….. ตามปลาตัวใหญ่ครับ ... ... แต่มันก็มีอีกแนวคิดหนึ่ง .... กระจายเบ็ดมันทุกบ่อเลย ... แบบนี้ก็จะได้ปลาแบบค่าเฉลี่ย ... และก็เสียเหยื่อแบบค่าเฉลี่ย ... อันนี้ก็แล้วแต่จริตคนครับ ... / อีกเรื่องหนึ่ง .... เวลาที่คนเราอยู่ในบ่อที่มีปลาเยอะ ... ตกปลามันง่าย ... ทุกคนอิ่มหมีพีมัน ... คนเราก็มักจะนึกว่า เราตกปลาเก่ง โชคเราดี .. เสียงเราก็จะเริ่มดังขึ้นๆ ... ปากจะเริ่มกว้างขึ้นหูก็จะเล็กลงเป็นธรรมดา .... แต่เปล่าหรอกครับ จริงๆ แล้วคุณอยู่ในช่วงที่กระแสน้ำมันพาปลามาอยู่ตรงหน้าคุณต่างๆหาก ... จะเคาะยังไง .. โอกาสได้เงินมันจะง่ายกว่าปกติ ... ผมเองก็ผ่านจุดที่ว่ามาเช่นกัน .... ช่วง QE1 2 3 … ใครมาเทรด ก็ได้ตังง่ายครับ เคาะปุ้บไม่กี่วัน วิ่งกระฉูดแรง ตลาดมีเทรน ... ประโยคเท่ห์ๆ I love Trend Following ก็เข้ามา ... / ... แต่พอปลาย้ายบ่อออกไป ... ผมว่า ตรงนี้ละครับที่จะวัดกัน ... จะยังอยู่บ่อเดิมแล้วยังจะตกปลาได้เหมือนเดิมมั้ย ... หรือจะคิดได้ ตามปลาไปดีกว่า ...... ปัญหาอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนที่เทรดใหม่ๆ ก็คือ ... มัวแต่พัฒนาเบ็ดตกปลาครับ ... ถ้าอ่านมาจนถึงตรงนี้ผมว่าทุกคนคงมีข้อสรุปในใจแล้วละครับว่า ตนเองจะไปในแนวทางไหน ... ขอให้กำลังใจทุกท่านครับ ....
.
Lesson No.2 .. / รู้มากเกินไป
ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลังจากที่เทรดมานานๆ .. สะสมความรู้มาหลากหลาย ... นั่นคือ ... การที่เรารู้มากเกินไป ... (ตรงนี้ ผมไม่ได้เขียนพิมพ์เพื่อเป็นการอวดอ้างนะครับ ผมเองก็ไม่ได้เทพอะไรอย่างใครเขา รู้ในที่นี้คือเรียนรู้มาเยอะจนเป็นโทษในบางขณะ) ... สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ เวลาเราเรียนมาหลายๆแขนงวิชาก็คือ ... ความรู้ทั้งหลายจะเริ่มสับ ปน เข้ามาในหัวสมอง และเริ่มตีกัน ในหลายๆกรณีจะเกิดเป็นว่า คุณมีอาวุธหลากหลายมาก มีด ปืน หอก ดาบ ระเบิด แต่พอรบจริง สับสน และหยิบไม่ถูก และไม่รู้จะใช้อาวุธไหนกันแน่ (จริงๆ นักรบที่รอดตายมาหลายๆสนาม เขาจะถนัดอาวุธไม้ตายไม่กี่ชนิด และใช้มันจนคล่อง ... ก่อนที่จะข้ามไปฝึกอาวุธถัดไป ... แต่ทุกวันนี้ หลายๆท่าน เลือกจะฝึกอาวุธให้มากชนิดไว้ก่อน ... ผลคือ ก็เลยไม่มีอาวุธคู่มือที่ถนัดเป็นไม้ตายแล้วก็ดันข้ามไปเรียนอันถัดไปซะแล้ว) ..... ถ้าพ้นจากสภาวะดังกล่าวมาได้ .... ถ้าในกรณีที่เรียบเรียงทุกอย่างได้แล้ว .... ปัญหาถัดมาที่ผมเจอ ก็คือ ... ทีนี้เราจะเริ่ม มีตัวกรอง เยอะมากเกินไป ... เพราะด้วยความที่ เราเรียนมามากเกินไป ... ตัวกรองสำหรับการเทรด มีจำนวนมากเกินไป ... เช่น ถ้าในกรณีที่จะซื้อหุ้นตัวหนึ่ง .... -ต้องรองบดี -หนี้น้อย -กำไรเริ่มมี -จ่ายปันผลบ้าง -อนาคตกิจการเริ่มดูดี –กราฟเทคนิคเข้าเกณฑ์ –volume เริ่มเข้า + .... บลาๆๆๆ ... ปัญหาก็คือ ... พอตัวกรองเยอะ ... ใช่มันเซฟจริงๆ ... แต่กว่าจะหาตัวแบบนี้เจอ กว่าจะเข้าเงื่อนไข ... อาจจะชาตินึงเจอสักตัวนึง กลายเป็นว่านานๆทีได้เทรดทีนึง ... เพราะเราเอาตัวกรองมามาก ... จนต้องการเซฟมากไป .. ผลคือ ไม่ค่อยได้เทรด เงินก็จะไม่หมุนทำงานของมันอีก .... ทั้งที่เมื่อก่อน ผมเองถ้ากราฟเทคนิค มันพอได้ปุ้บ ก็จะเข้าเลย ... เพราะหลายๆครั้ง ราคา มันก็ไม่มากับเหตุผล ... หลายครั้ง เหตุผลอาจจะนำราคา ... แต่หลายที ราคาก็มาก่อนแล้วเหตุผลค่อยตามมาทีหลัง ... หรือแม้แต่ เหตุผลไปทาง ราคาไปอีกทาง .... สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือว่า .... บางที เราก็ต้องยอมรับให้มี Error ของกระบวนการคัดกรองการตัดสินใจซื้อขายบ้าง เพื่อที่บางครั้งแลกกับโอกาสข้างหน้า (ตรงนี้มันขึ้นกับความพอดีของแต่ละคน เป็นปัจเจกปัจจัยครับ) .... ถ้าเอาเซฟไป เอาทุกความรู้มาใช้มากรอง เราอาจจะไม่ได้เทรดเลย เพราะความสมบูรณ์แบบมันหาได้ยากและไม่เคยมีอยู่จริง ... เราอาจจะต้องฝึกที่จะตัดสินใจบนความไม่แน่นอน ที่เรากรองความน่าจะเป็นมาพอประมาณแล้วส่วนหนึ่งอย่างพอดีพอเหมาะ เพราะโอกาศและความเสี่ยงรวมถึงผลตอบแทน มันมาอยุ่บนเส้นด้ายเดียวกัน ..... จริงๆตรงนี้คล้ายๆกับการทำกิจการหรือการทำ Start Up ของตัวเองเหมือนกันนะครับ ... ถ้าคุณต้อบ เถ้าแก่น้อย มัวแต่รอข้อมูลทุกอย่างที่สามารถบ่งชี้ว่า สาหร่ายจะขายดีแน่นอน ก่อนที่เค้าจะเริ่มลงทุนทำสาหร่าย ... บางทีผ่านนี้เราอาจจะไม่มีสาหร่ายเถ้าแก่น้อยให้เรากินก็เป็นได้ ... เพราะปกติแล้ว ธรรมชาติของ การลงทุนทำกิจการอะไรก็ตามแต่ มักจะหาความชัวร์ก่อนลงทุนได้ยากเต็มที ... ส่วนมากต้องลุยๆ ทำๆ โดยบนความไม่แน่นอนที่เรากรองเอาความแน่นอนออกมาเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แล้วก็ทำไปลุยไป ....
.
Kiat Udomjarumanee Ken

0 Comments:
Post a Comment
Subscribe to Post Comments [Atom]
<< Home